logotext.png

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน “ท่องเที่ยวกับ อบจ.ชุมพร” ครั้งนี้ จะนำเสนองานประเพณีที่สำคัญอีกงานหนึ่งของจังหวัดชุมพร ซึ่งจัดร่วมกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาตรงกับวันวิสาขบูชา นั่นคืองานประเพณีเชิญผ้าพระราชทานฯ ห่มพระปรางค์วัดประเดิมครับ หลายท่านอาจจะไม่คุ้นหูถึงชื่อวัดประเดิม วัดเล็กๆ ในตำบลตากแดด แต่มีความเก่าแก่และสำคัญต่อชาวเมืองชุมพรเช่นกัน เชิญอ่านประวัติความเป็นมาของวัดประเดิมกันก่อนเลยครับ

ประวัติ / ตำนาน

เชื่อกันว่า เมืองเดิมของจังหวัดชุมพร ตั้งอยู่บริเวณวัดประเดิม ฝั่งซ้ายของแม่น้ำชุมพรที่ตำบลตากแดด ต่อมาย้ายไปตั้งเมืองใหม่ที่ตำบลท่ายาง และที่ตำบลท่าตะเภาตามลำดับ เหตุที่ย้ายเมืองบ่อยครั้งอาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นเพราะการเปลี่ยนทางเดินของแม่น้ำท่าตะเภา และแม่น้ำชุมพร หรือ อาจเป็นเพราะเมืองชุมพรเป็นเมืองหน้าด่านในการทำศึกสงคราม จึงไม่สามารถสร้างบ้านเมืองถาวรได้  สำหรับชื่อ วัดประเดิม นั้น เล่ากันว่า น่าจะมาจากการเป็นวัดแรกในบริเวณนี้ และเป็นวัดประจำเมืองชุมพรเก่า เชื่อกันว่าพระปรางค์เดิมมีรูปแบบศิลปะแบบศรีวิชัย แต่ไม่ปรากฏหลักฐานยืนยันที่แน่นอน ในสมัยก่อนน่าจะมีโบราณวัตถุชนิดต่างๆ อยู่ในวัดมากพอสมควร แต่ได้ชำรุดหักพังไปตามกาลเวลาและจากภัยสงคราม ในปัจจุบันยังปรากฏโบราณวัตถุที่ทางวัดเก็บรักษาไว้ เช่น ใบเสมาหินทราย เศียรพระพุทธรูปหินทราย และเศียรพระพุทธรูปปูนปั้นประมาณ 20 ชิ้น มีรูปแบบศิลปะแบบสมัยอยุธยา  เป็นต้น

จากหลักฐานที่กล่าวข้างต้นนี้ แสดงให้เห็นว่าวัดประเดิม คงเป็นวัดที่มีความสำคัญและเจริญมากในอดีตแห่งหนึ่งในจังหวัดชุมพร

สิ่งสำคัญภายในวัด

1. พระปรางค์ (บูรณะแล้ว)   ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส   ทำฐานเป็นบัวลดหลั่นกันขึ้นไป   รูปทรงชลูด เรือนธาตุมีขนาดเล็ก มีระเบียงคตล้อมรอบพระปรางค์ ระหว่างระเบียงคตกับพระปรางค์เป็นลานประทักษิณ รูปแบบศิลปกรรมดั้งเดิมของพระปรางค์องค์นี้ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าเป็นแบบใด แต่จากรูปแบบโบราณวัตถุต่างๆ ที่พบในวัด เช่น เศียรพระพุทธรูปหินทราย และใบเสมาหินทราย อาจสันนิษฐานได้ว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา

2. เจดีย์รายขนาดเล็ก 1 องค์ เป็นเจดีย์ทรงกลมตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม สภาพทรุดโทรม มีผู้เล่าว่าเดิมเจดีย์รายรอบวัดมีหลายองค์แต่ปัจจุบันเหลือเพียงองค์เดียวเท่านั้น

3. อาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรม เป็นอาคารสถาปัตยกรรมท้องถิ่น สร้างขึ้นระหว่าง ปี พ.ศ.2473 - 2480 เป็นอาคารไม้แบบเรือนปั้นหยา ยอดจั่ว ชายคาตกแต่งด้วยไม้ฉลุ และกลึงลวดลายแบบพื้นเมือง อาคารนี้แบ่งเป็น 2 ห้อง โดยมีชานเป็นส่วนเชื่อมต่อ ระเบียงจะอยู่ลดระดับต่ำจากชานประมาณ 30 เซนติเมตร ปัจจุบันส่วนระเบียงมีการซ่อมแซมโดยทำเป็นพื้นคอนกรีต และเสาคอนกรีตที่ยกพื้นทำให้อาคารนี้เป็นเรือนใต้ถุนโปร่ง (ตัวอย่างของอาคารสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นแบบนี้ ปัจจุบันพบน้อยมาก เนื่องจากได้รับความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นเกย์ เมื่อ ปี พ.ศ.2532)

สำหรับประวัติพระบรมสารีริกธาตุวัดประเดิม ขุดพบเมื่อปี พ.ศ.2461 โดยหลวงปู่เวศ ภูริปญโญ เจ้าอาวาสวัดประเดิมสมัยนั้นจะสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ จึงให้คนงานรื้อวิหารและเจดีย์เก่าที่ชำรุด ซึ่งใต้ฐานพบลูกกลมๆ ขนาดใหญ่ทำด้วยปูน ภายในมีบาตรดินโบราณ บรรจุผอบเงินผอบทอง และของมีค่าอื่นๆ อีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีเม็ดเท่าเมล็ดข้าวโพดขนาดใหญ่สีขาว และสีต่าง ๆ ปนอยู่ด้วย คนงานจึงนำเม็ดเหล่านั้นไปให้หลวงปู่เวศ เมื่อท่านใส่ปากอมอยู่สักครู่ก็บอกว่า "พระบรมสารีริกธาตุ" โดยสันนิษฐานว่า พระบรมสารีริกธาตุ คงจะบรรจุในเจดีย์เป็นเวลาหลายร้อยปี ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2508 พระสังวรสมาธิวัฒน์ พร้อมด้วยคุณหญิงอนุกิจ วิธูร จากกรุงเทพฯ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากวัดประเดิม ไปวัดสระเกศกรุงเทพมหานคร เพื่อถวายสมเด็จพระสังฆราช ให้ทรงพิจารณาว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุที่แท้จริงหรือไม่ เมื่อสมเด็จพระสังฆราชทานได้พิจารณาแล้ว ท่านทรงรับรองว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุที่แท้จริง และได้พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุจำนวนหนึ่งเพื่อร่วมบรรจุร่วมกับพระบรม สารีริกธาตุของวัดประเดิม และทางวัดประเดิมได้ประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในพระปรางค์ เมื่อวันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2511 แรม 2 ค่ำ เดือน 6 ปีวอก

โดยจังหวัดชุมพร ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าห่มพระปรางค์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันวิสาขบูชา ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2556 เป็นต้นมา หลังจากนั้นทรงมีพระราชกระแสให้จังหวัดชุมพรร่วมกับประชาชนในพื้นที่จัดทำ ผ่าห่มพระปรางค์ประดับอักษรพระนามาภิไธยย่อ "ส.ธ." ผืนใหม่ขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชาในปีต่อไป

:ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต

จากประวัติความเป็นมาจะเห็นว่าวัดประเดิมมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าวัดอื่นๆ ในจังหวัดชุมพรเลย ทีมท่องเที่ยวจึงนำมาเสนอให้ทุกท่านได้ทราบเพื่อจะได้วางแผนการท่องเที่ยวต่อไปสำหรับครั้งหน้าครับ การเดินทางจากในเมือง เริ่มต้นที่แยกหอนาฬิกาไปทางสี่แยกปฐมพร เมื่อถึงวงเวียนทางตันกลับรถลอดใต้สะพานข้ามรถไฟ เข้าซอยเมืองชุมพร 15 (ซอยวัดประเดิม) ประมาณ 2 กิโลเมตร วัดอยู่ทางซ้ายมือ เราเดินทางถึงวัดประมาณบ่ายสามโมง ปีนี้เย็นฉ่ำด้วยสายฝนเมื่อเราไปถึง แต่ฝนก็ไม่สามารถขวางศรัทธาของประชาชนได้ยังเดินทางมายังวัดเรื่อยๆ เราเดินชมบรรยากาศเดินเก็บภาพเพื่อรอพิธีการที่จะใกล้จะเริ่ม ฝนที่เทมาเมื่อครู่ก็ซาเม็ดเหลือเพียงอากาศเย็นสบาย เมื่อได้เวลารถแห่ผ้าพระราชทานฯ เคลื่อนผ่านซุ้มประตูวัดเข้ามายังศาลาการเปรียญเพื่อประกอบพิธีสมโภช แล้วเวลาสำคัญก็มาถึงผืนผ้าพระราชทานฯ ห่มองค์พระปรางค์ถูกคลี่ออก ผืนผ้าสีเหลืองอร่ามประดับพระนามาภิไธยย่อ “ส.ธ.” งดงาม หัวขบวนฝ่ายสงฆ์นำโดยเจ้าคณะจังหวัดชุมพร ฝ่ายคฤหัสถ์นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร และทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรมี นายสุพล จุลใส นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ร่วมพิธีอัญเชิญผ้าพระราชทานฯ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ส่วนท้องถิ่น รวมไปถึงประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเป็นจำนวนมากพร้อมใจกันร่วมพิธีด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส วงโยธวาทิตมาบรรเลงให้บรรยากาศสนุกสนานยิ่งขึ้น ขบวนอัญเชิญผ้าเริ่มเคลื่อนไปช้าๆ เดินเวียนไปรอบองค์พระปรางค์อย่างเป็นระเบียบจนครบสามรอบ หัวขบวนจึงอัญเชิญผ้าพระราชทานฯ ผ่านซุ้มประตูส่งต่อเพื่อห่มองค์พระปรางค์ ผืนผ้าพระราชทานฯ ค่อยๆ นำขึ้นห่มองค์พระปรางค์จนเสร็จเรียบร้อยงดงามมากครับ ท่านผู้ว่าฯ จึงทำการสักการะองค์พระปรางค์เป็นอันเสร็จพิธี พวกเราแยกย้ายกลับด้วยความอิ่มใจ ที่จังหวัดชุมพรมีสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองไม่ไกลจากตัวเมือง และยังมีประเพณีที่เรียบง่ายแต่เป็นระเบียบงดงามควรแก่การสืบทอดต่อไป ในปีนี้ได้ประกอบพิธีห่มผ้าพระราชทานฯ เรียบร้อยแล้ว ท่านที่พลาดอย่าลืมนะครับ วันวิสาขบูชาปีหน้าไปร่วมอัญเชิญผ้าพระราชทานฯ ห่มองค์พระปรางค์วัดประเดิมกัน ท่องเที่ยวกับ อบจ.ชุมพร ครั้งนี้ได้นำเสนอให้ท่านผู้อ่านทราบถึงประเพณีสำคัญของจังหวัดชุมพรเรียบร้อยแล้ว ครั้งหน้าจะนำเสนอที่ใด โปรดติดตามครับ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการท่องเที่ยว

องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร